6 อุปกรณ์พาย SUP ที่ขาดไม่ได้
6 อุปกรณ์พาย SUP ที่ขาดไม่ได้
-
SUP Board
-
SUP Fin
-
ไม้พาย SUP
-
สาย Leash
-
เสื้อชูชีพ หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงตัว PFD
-
กระเป๋ากันน้ำ
1. SUP Board : บอร์ดยืนพาย

-
SUP ไม่จำเป็นต้องอาศัยคลื่นในการเล่น
-
สามารถเล่นได้ในทุกแหล่งน้ำ และทุกสภาพน้ำ
-
เริ่มต้นเล่นได้ง่าย
ลักษณะของบอร์ด SUP SUP จำเป็นจะต้องลอยน้ำได้อย่างเสถียรในขณะที่มีคนยืนพายอยู่ข้างบน จึงมีเรื่องของ Volume เข้ามาเกี่ยวข้องในการดีไซน์และการผลิต ซึ่ง Volume นี้ก็จะเกี่ยวพันกับน้ำหนักตัวผู้พายและลักษณะการใช้งานด้วย
โดย SUP จะสามารถแบ่งออกกว้างๆ ได้ 2 ประเภท คือ 1)บอร์ดแบบสูบลม(Inflatable Board) และ 2)บอร์ดแข็ง(Hard Board) ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของการใช้งานและการจัดเก็บ
แต่ถ้าแยกประเภทบอร์ดตามการใช้งาน จะแบ่งได้อีก 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ 1)All round 2)Touring และ 3)Race ที่มีความแตกต่างทั้งรูปร่างหน้าตา ความยาว สภาพน้ำ รวมถึงลักษณะการใช้งาน คลิ๊กเพื่ออ่านบทความ 3 ประเภทบอร์ด เหมาะกับการใช้งานแบบไหน
2. SUP Fin : ฟินของ SUP Board

Fin หรือหางเสือของบอร์ด มีความสำคัญในการควบคุมทิศทางให้บอร์ดเคลื่อนที่ได้ตรงและมีความเสถียร และช่วยให้คุณทรงตัวบนบอร์ดได้อย่างมั่นคง ในทางกลับกันถ้าไม่มีฟิน SUP ของคุณจะสบัดไปสบัดมาในน้ำ ยากต่อการควบคุม เพิ่มความเสี่ยงในการตกบอร์ด
แม้ว่าฟินจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่แถมมากับบอร์ดอยู่แล้ว แต่เมื่อพิจารณาดูอย่างจริงจังจะรู้ได้ว่า ทั้งรูปร่างของฟิน ขนาดของฟิน ลักษณะการติดตั้ง และจำนวนฟินบนบอร์ด ต่างส่งผลต่อสมรรถภาพของบอร์ดทั้งสิ้น
สนใจอ่านบทความเกี่ยวกับฟินเพิ่มเติม: พาย SUP ตำแหน่ง Fin ควรอยู่ตรงไหน?
3. ไม้พาย SUP


-
ไม้พายแบบ Fixed : ปรับระยะไม่ได้ ต้องวัดระยะด้ามพายให้ได้ความยาวพอดี ซึ่งจะให้เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดีกว่า
-
ไม้พายแบบ Adjusted : ปรับระยะได้ สามารถยืด-หดด้ามพายได้ เหมาะสำหรับการใช้งานหลายคน
-
ใบพายที่มีขนาดใบพายค่อนข้างใหญ่ จะมีพื้นที่ ‘กินน้ำ’ หรือสัมผัสน้ำได้มาก ทำให้การพายต่อหนึ่ง Stroke ช่วยให้บอร์ดไหลได้ดี แต่ต้องแลกด้วยการออกแรงคนที่มากเช่นกัน จึงเหมาะกับการพายเที่ยว พายแบบไม่เร่งรีบ
-
ใบพายที่ขนาดใบพายเล็ก มีเนื้อที่ใบพายค่อนข้างน้อย จะมีพื้นที่ ‘กินน้ำ’ น้อย หรือการสัมผัสน้ำน้อย จึงออกแรงพายต่อหนึ่ง Stroke ไม่มาก ทำให้พายได้หลายครั้งอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง เหมาะกับการพายแข่งขันความเร็วที่จะต้องจ้วงพายถี่ๆ เร็วๆ เป็นต้น
4. สาย Leash

-
สาย Leash แบบขดจะเหมาะกับการพายในน้ำเรียบหรือน้ำที่มีคลื่นเล็กๆ เท่านั้น เช่น บึง คลอง แม่น้ำ ฯลฯ เพราะมีความยืดหยุ่น ทำให้เคลื่อนที่บนบอร์ดได้สะดวก แต่หากนำไปใช้ในทะเลที่มีคลื่นลมแรง เมื่อตกบอร์ดลักษณะสายที่คล้ายสปริงจะดึงบอร์ดกลับมาอย่างแรง อาจทำให้เกิดอันตรายจากแรงกระแทกได้
-
สาย Leash แบบตรงจะเป็นสายแบบเดียวกันกับที่นักเซิร์ฟใช้ในการโต้คลื่น เพราะไม่มีแรงสปริงดึงกลับ จึงนิยมใช้กับการพายในทะเล
5. เสื้อชูชีพ หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงตัว PFD


-
เสื้อชูชีพแบบคลาสสิกคล้ายเสื้อกั๊ก : เสื้อชูชีพที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่มีข้อเสียคืออาจเกิดการเสียดสีบริเวณสีข้างและใต้รักแร้ขณะพาย SUP ได้เนื่องจากความหนาของเสื้อชูชีพ
-
เสื้อชูชีพแบบพองลม : จะวิธีการที่หลากหลายที่ทำให้เสื้อชูชีพพองลมขึ้นมาเพื่อให้ลอยน้ำได้ โดยข้อดีของเสื้อชูชีพประเภทพองลม คือ ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ใช้งานได้ง่าย และมีความคล่องตัวเมื่อสวมใส่มากกว่า แต่มีจุดด้อยคือไม่เหมาะกับการใช้งานในบริเวณที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวหรือรุนแรง
-
เข็มขัดชูชีพแบบคาดเอว : เน้นความคล่องตัวขณะพาย เพราะรัดแค่บริเวณสะโพก จึงไม่เกิดแรงเสียดสีระหว่างพาย แต่ประสิทธิภาพในการลอยตัวจะน้อยกว่าแบบเสื้อชูชีพแบบทั่วไป โดยจะช่วยพยุงตัวขณะอยู่ในน้ำเท่านั้น
6. กระเป๋ากันน้ำ
















